วารสารภูมิศาสตร์ 4PDS

วัตถุประสงค์

test

กองบรรณาธิการ

test

แนวคิด 4PDS

imagepath


 แนวคิด 4 PDS เป็นกรอบการวิจัยทางภูมิศาสตร์ของภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีการปรับเพิ่มและแปลงแนวคิดจากหนังสือ “People, Pattern and Process” ของ Chapman (1979) แนวคิด 4 PDS ประกอบด้วยองค์ประกอบ 4-P (Population, Process, Phenomenon, Pattern) 4-D (Density, Distance, Division, Design) และ 4-S (GIS, RS, GPS, Statistics) ดังแสดงในภาพที่ 1


imagepath
ภาพที่ 1 องค์ความรู้ในการวิจัยทางภูมิศาสตร์ของภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ที่มา: การระดมสมองของคณาจารย์ภาควิชาภูมิศาสตร์, 22-26 เมษายน 2556


การนำแนวคิด 4 PDS มาใช้ในการพัฒนางานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ทางภูมิศาสตร์ สามารถสรุปได้ดังนี้
4-P: เป็นการระบุจุดสนใจของงานวิจัย ก่อนเริ่มงานวิจัยนักวิจัยต้องทราบสิ่งเหล่านี้
    1. Population (ประชากรที่ใช้ในการวิจัย): การระบุว่าจะวิจัยเกี่ยวกับใครหรืออะไร ดังนั้นประชากรที่ใช้ในการวิจัยจึงอาจเป็นมนุษย์หรือสรรพสิ่งอื่นๆ ที่สนใจศึกษา 
    2. Process (กระบวนการเชิงพื้นที่): กระบวนการที่เป็นจุดสนใจในการศึกษา เช่น การตัดสินใจของมนุษย์ในการกระทำต่อพื้นที่ เช่น การตั้งถิ่นฐานและการใช้ที่ดินของมนุษย์
    3. Phenomenon (ปรากฏการณ์เชิงพื้นที่): สิ่งที่เป็นประเด็นการวิจัยทางภูมิศาสตร์ สามารถกำหนดขึ้นจากปรากฏการณ์บนพื้นที่ที่เป็นผลมาจากการตัดสินใจในการกระทำหรือไม่กระทำใดๆ ของมนุษย์ งานวิจัยในระดับที่เป็นการศึกษาจากปรากฏการณ์เชิงพื้นที่จึงเป็นการศึกษาในระดับของข้อเท็จจริงเท่านั้น
    4. Pattern (แบบรูป): แบบรูปเป็นสิ่งที่ตีความได้จากปรากฏการณ์ที่มนุษย์กระทำบนระวางที่ ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์หรือสังเคราะห์จากแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยให้สามารถสรุปแบบรูปของปรากฏการณ์เชิงพื้นที่ได้

4-D: เป็นการวิเคราะห์สิ่งที่ปรากฏบนระวางที่ที่มีผลต่อพฤติกรรมในการใช้พื้นที่ของมนุษย์
    1. Density เป็นประเด็นที่วิเคราะห์ในมิติของความหนาแน่น เช่น ความหนาแน่นของประชากร ความแออัดหรือความเบาบางของกิจกรรมการใช้ที่ดิน การตั้งถิ่นฐาน ฯลฯ ซึ่งสามารถศึกษาค้นคว้าด้วยการทดสอบทฤษฎีการใช้ที่ดินต่างๆ
    2. Distance ให้ความสำคัญกับระยะทางจากจุดสนใจ เช่น ย่านกลางธุรกิจการค้า สถาบันการศึกษา หรือ ปริมาณของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างพื้นที่มากกว่า 2 บริเวณขึ้นไป เช่น ปริมาณการสัญจรหรือการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์กลางจังหวัดกับศูนย์กลางอำเภอต่างๆ ในเขตจังหวัด จึงศึกษาจากแนวคิดหรือทฤษฎี Central Place Theory หรือแบบจำลอง Concentric Zone Theory หรือ Gravity Model
    3. Division เป็นเรื่องการแบ่งเขตหรือโซนการใช้ที่ดิน การจัดกลุ่มพื้นที่พบในงานวิจัยประเภทที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์หาพื้นที่เสี่ยงต่อภัยหรือมลพิษประเภทต่างๆ การวางผังเมือง 
    4. Design เป็นเรื่องของการออกแบบ เช่น การสร้างแบบจำลอง การวางผังการใช้ที่ดิน การเขียนโปรแกรม ฯลฯ งานในส่วนนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเป็นเครื่องมือหลักในการทำวิจัย

4-S: เป็นการวิเคราะห์การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและสถิติเพื่อการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ ทั้งที่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ 
    1. Geographic Information System (GIS) หรือระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ต่างๆ ที่ได้มาจาก GPS และ RS เทคโนโลยี GIS สามารถนำมาใช้ในการจัดระเบียบข้อมูล และนำมาวิเคราะห์เชิงพื้นที่เพื่อให้ทราบถึงสิ่งที่ต้องการศึกษาตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยสามารถแสดงผลในรูปของแผนที่
    2. Remote Sensing (RS) หรือ การรับรู้ระยะไกล เป็นการอ่านหรือแปลภาพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อเป็นข้อมูลในการศึกษาค้นคว้าเชิงพื้นที่ ทำให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งปกคลุมดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินต่างๆ เช่น พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่สิ่งปลูกสร้าง พื้นที่เมือง พื้นที่เกษตรกรรม ฯลฯ จากลักษณะดังกล่าวเทคโนโลยีนี้สามารถใช้ในการวิเคราะห์แบบรูปของการกระจายของสรรพสิ่งต่างๆ ที่ปกคลุมพื้นที่ได้
    3. Global Positioning System (GPS) หรือระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการแสดงตำแหน่งที่ตั้งบนพื้นโลกของ Population หรือสรรพสิ่งที่ใช้ในการวิจัย จึงสามารถใช้ในการแสดงข้อมูลเชิงพื้นที่ในลักษณะของการกระจาย (Distribution) ได้เป็นอย่างดี
    4. Statistics (สถิติ) เป็นเครื่องมือในการวิจัยทางภูมิศาสตร์ ที่สามารถนำสถิติมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ซึ่งมีทั้งสถิติเชิงพรรณนา เช่น ร้อยละ สัดส่วน ค่ากลาง และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฯลฯ และสถิติเชิงวิเคราะห์ เช่น การใช้ Cross tabulation ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เบื้องต้นระหว่างสองตัวแปร หรือใช้ Chi-square ในการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลระหว่างกัน

 


imagepath
ภาพที่ 2 อัตตลักษณ์ของงานวิจัยทางภูมิศาสตร์ของภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ที่มา: การระดมสมองของคณาจารย์ภาควิชาภูมิศาสตร์, 22-26 เมษายน 2556
จากภาพที่ 2 อัตตลักษณ์ของงานวิจัยทางภูมิศาสตร์ของภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามารถแบ่งงานวิจัยทางภูมิศาสตร์ออกเป็น 3 ลักษณะ คือ การศึกษาด้านการกระจายของสรรพสิ่งบนระวางที่ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสรรพสิ่งบนระวางที่ และการศึกษาเปรียบเทียบหรือการศึกษาความแตกต่างบนระวางที่ ขั้นตอนการสรุปลักษณะงานวิจัยทางภูมิศาสตร์และระดับของการศึกษาค้นคว้ามีดังนี้
    1. เลือกประเด็นการวิจัยที่มีลักษณะของการวิจัยทางภูมิศาสตร์
    ผู้วิจัยตรวจเอกสารเพื่อหาหัวข้อที่น่าสนใจ หลังจากนั้นพิจารณาตรวจสอบว่าประเด็นที่ตนเองสนใจมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นหนึ่งประเด็นใดหรือหลายประเด็นในกลุ่ม 4-P และประเด็นหนึ่งประเด็นใดหรือหลายประเด็นในกลุ่ม 4-D และมีการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและ/หรือสถิติในกลุ่ม 4-S เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมหรือวิเคราะห์ข้อมูลหรือไม่ หากพบว่าหัวข้อวิจัยไม่มีความสัมพันธ์กับประเด็น 4PDS จะถือว่าหัวข้อวิจัยที่สนใจยังไม่บ่งบอกถึงการเป็นงานวิจัยทางภูมิศาสตร์
    2. พิจารณาลักษณะของงานวิจัย: วิเคราะห์การกระจาย ศึกษาเปรียบเทียบ หรือหาความสัมพันธ์
    เมื่อกำหนดหัวข้อที่สนใจศึกษาค้นคว้าที่มีความสัมพันธ์กับประเด็น 4PDS แล้ว ขั้นต่อไป คือ การพิจารณา “ลักษณะของการวิจัยทางภูมิศาสตร์” นั่นคือ ต้องการเน้นการวิเคราะห์การกระจายของสรรพสิ่งหรือปรากฏการณ์ต่างๆ บนระวางที่ การศึกษาเปรียบเทียบหรือการหาความสัมพันธ์ระหว่างสรรพสิ่งหรือปรากฏการณ์บนระวางที่ หรือผสมผสานหลายลักษณะ
    3. พิจารณาวิธีการศึกษาค้นคว้า: วิเคราะห์สภาพปัจจุบันหรือการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง
    การวิจัยทางภูมิศาสตร์ อาจศึกษาค้นคว้าเฉพาะสภาพปัจจุบัน (Existing condition) ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นการศึกษาในสิ่งที่หยุดนิ่ง (Static) หรือวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง (Changes) ในลักษณะของการศึกษาค้นคว้าแบบพลวัต (Dynamic)
    4. เลือกระดับการศึกษาค้นคว้า
    ผู้วิจัยสามารถศึกษาค้นคว้าได้ในลักษณะของการศึกษาค้นคว้าข้อเท็จจริง (Facts) หรือระดับที่ต้องมีการวิเคราะห์ (Analysis) หรือระดับที่สร้างนัยต่อการกำหนดนโยบายการพัฒนา (Policy implications) ขึ้นอยู่กับระดับของการศึกษา 
การจัดกลุ่มปฏิบัติการงานวิจัยและงานทางวิชาการ ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

imagepath
อ้างอิง : เอกสารประกอบการสอนและเอกสารคำสอน วิชา 01451491 ของ รศ.ดร.พันธ์ทิพย์ จงโกรย



Copyright © 2016 ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร 10900